ส่องตัวเจ็บในงาน Bangkok International Motor Show
งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ทุกครั้ง จะมีบรรดารถยนต์หลากหลายรุ่นมาจอดโชว์ให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด แต่ที่ถือเป็นไฮไลต์ที่สำคัญที่สุดของงานคงหนีไม่พ้น “รถใหม่ ป้ายแดง” ที่เพิ่งเปิดตัวก่อนหน้าที่งานจะเริ่มขึ้น แถมบางรุ่นก็มาเปิดตัวในงานด้วย สำหรับรถใหม่ที่นำข้อมูลมาให้ได้ศึกษาในเบื้องต้น จะเป็นรถใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว โดยเชื่อว่ารถใหม่ของแต่ละค่ายจะน่าสนใจเป็นอย่างมากภายในงานสุดยิ่งใหญ่นี้…

Bentley Continental GT V8
บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด นำเข้า เบนท์ลี่ย์ คอนติเนนทัล จีที วี8 (Continental GT V8) ในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ มาแสดงตัวในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2012 และเปิดให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และยังเปิดให้จองภายในงาน เบนท์ลี่ย์ คอนติเนนทัล จีที และจีทีซี (GTC) รุ่นเครื่องยนต์ V8 มีอัตราส่วนของพละกำลังต่ออัตราส่วนของการปล่อยมลพิษที่ยอดเยี่ยม เครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร แบบ twin-turbo V8 คงไว้ซึ่งความทรงพลังตามรูปแบบคลาสสิกของเบนท์ลี่ย์ทุกประการ เครื่องยนต์ V8 จากเบนท์ลี่ย์ใหม่ล่าสุดนี้ มีพละกำลังสูงสุดถึง 500 แรงม้า (507 PS/373 กิโลวัตต์) ที่รอบเครื่องยนต์ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 660 นิวตันเมตร (487 lb ft) ที่ 1,700-5,000 รอบ/นาที เสริมด้วยระบบส่งกำลังหรือระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดที่ทำการปรับเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วขึ้น ทำให้รถคันนี้มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียงแค่ 5 วินาทีเท่านั้น ความเร็วสูงสุดที่ 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนตัวเลขราคา 18.9 ล้านบาท

BMW Serie-5 Hybrid
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยเปิดตัว “ซีรี่ส์ 5 ไฮบริด” และ “ซีรี่ส์ 3 โมเดลเชนจ์” ในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ นี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดพรีเมียมในเมืองไทย โดยเปิดตัว BMW ซีรี่ส์ 5 พร้อมเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับ BMW TwinPower Turbo กับรถ 2 รุ่น คือ 520i และ 528i Sport รวมถึง BMW Active Hybrid 5 (ซีรี่ส์ 5 ไฮบริด) ครั้งแรกในไทยกับเทคโนโลยีแอคทีฟไฮบริด ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ 3.0 ลิตร ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่สร้างกำลังสูงสุด 340 แรงม้า และแรงบิดโดยรวมสูงสุดที่ 450 นิวตัน-เมตร พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะ Intelligent Energy Management
นอกจากนี้ ยังมี ซีรี่ส์ 3 ใหม่ ซึ่งเป็นรุ่นที่ 6 ในตระกูล มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวรูปทรงสปอร์ต แต่เพิ่มมิติความยาวและความกว้างมากขึ้น เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร เปี่ยมสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 184 แรงม้า

Chevrolet Trailblazer
เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานโครงสร้างรถกระบะขนาดกลาง มาพร้อมกับความสะดวกสบายและความมั่นใจในการขับขี่ สมรรถนะที่รองรับทุกรูปแบบการใช้งาน ทั้งการเดินทางในเมือง การใช้ความเร็วบนถนนหลวง และบนเส้นทางถนนลูกรังออฟโรด สำหรับเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร ให้พละกำลังและความประหยัดสูงสุดในทุกรอบเครื่องยนต์ด้วยเทอร์โบแปรผัน นุ่มนวลยิ่งขึ้นด้วยเพลาถ่วงสมดุล ทั้ง 2 เครื่องยนต์ได้รับการออกแบบให้มีความทนทาน รองรับทุกการใช้งาน และมีค่าดูแลรักษาต่ำกว่า โดยออกแบบพัฒนามาให้มีความทนทานใช้งานได้กว่า 240,000 กิโลเมตร ระบบส่งกำลังมี 2 รูปแบบ คือ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 6 สปีด ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ขุมพลัง 2.8 ลิตรให้พละกำลังสูงสุด 180 แรงม้า (132 กิโลวัตต์) และแรงบิด 470 นิวตันเมตร (346 ฟุต-ปอนด์) สำหรับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และแรงบิด 440 นิวตันเมตร (324 ฟุต-ปอนด์) สำหรับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ขณะที่ขุมพลัง 2.5 ลิตร มีพละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า (110 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร (258 ฟุต-ปอนด์)

Ford Focus 2012
ฟอร์ด โฟกัส 2012 นับเป็นรถยนต์ที่หลายคนรอคอย และแน่นอนแล้วว่า ฟอร์ด จะนำมาเปิดตัวภายในงาน บางกอก มอเตอร์โชว์ 2012 อย่างแน่นอน โดย โฟกัส เวอร์ชั่นใหม่ เน้นการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ใน 2 ทางเลือก คือ รุ่น 4 และ 5 ประตู ตามความต้องการของลูกค้า ด้วยความกว้าง 81.1 นิ้ว เมื่อรวมกระจกมองข้าง มาพร้อมความสูง 57.7 นิ้ว มาพร้อมฐานล้อ 104.3 นิ้ว ส่วนความยาวรุ่น 4 ประตูยาว 178.5 นิ้ว และรุ่น 5 ประตูสั้นกว่าเล็กน้อยยาวเพียง 171.6 นิ้ว เครื่องยนต์บล็อกเดียวในสหรัฐอเมริกากับขุมพลังขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้าที่ 6,500 รอบต่อนาที รีดแรงบิดสูงสุด 146 ฟุต/ปอนด์ ที่ 4,450 รอบต่อนาที โดยเครื่องยนต์บล็อกใหม่นี้ถูกพัฒนาเป็นขุมพลังที่สร้างจากอะลูมิเนียมทั้งตัว ให้ความทันสมัยมากยิ่งขึ้นด้วยระบบเกียร์ที่ให้ทั้งสมรรถนะและความประหยัด ทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด หรือถ้าชอบการขับที่สบายและเร้าใจ คงต้องเลือกระบบเกียร์ power shift 6 สปีด ที่มาพร้อมระบบ select shift สามารถเลือกตำแหน่งเกียร์ได้ ทำอัตราประหยัดสูงสุด 16 กิโลเมตร/ลิตร โฟกัส ใหม่ เพิ่มฟังก์ชั่นอัจฉริยะระบบถอยจอดเข้ามาเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ใช้ ส่วนสนนราคานั้นยังไม่มีการเปิดเผยจาก ฟอร์ด ประเทศไทย ชมตัวเป็นๆ ของ New Focus 2012 ได้ภายในงาน บางกอก มอเตอร์โชว์



Honda Civic 2012
หลังจากที่ฮอนด้าเปิดตัว นิว ฮอนด้า รุ่นซีวิค โมเดล 2012 ในเวอร์ชั่นยุโรป หลายคนก็คอยลุ้นว่า ซีวิค โมเดล 2012 ในเวอร์ชั่นเอเชีย ทางฮอนด้าจะเนรมิตออกมาอย่างไร ซึ่งหลังเปิดตัวโมเดลไปในงาน “ดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ 2011” ได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น ด้วยการดีไซน์ใหม่เกือบทั้งหมด ทำให้รูปโฉมของ Honda Civic 2012 ดูจะแปลกตาจากรุ่นปัจจุบันไปไม่น้อย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ Honda Civic แผงคอนโซลถูกออกแบบให้โค้งรับกับคนขับ ส่วนกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ให้สวยโฉบเฉี่ยว ไฟท้ายจะเหมือนกับ Honda Accord ซึ่งติดชุดไฟท้ายยื่นเข้ามาในกระโปรงหลัง และล้อแม็กคล้ายกับ Honda Civic FD ที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน ทั้งนี้ เครื่องยนต์ภายในของ Honda Civic 2012 ยังคงเป็น R18 เหมือนเดิม แต่จะเน้นความพิเศษของระบบ Eco Assist ที่จะวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่และส่งฟีดแบ็กไปให้ผู้ขับเพื่อการขับขี่ที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ส่วนอุปกรณ์มาตรฐานที่จะมาเหมือนกันทุกรุ่นคือ ชุดล้ออัลลอยขอบ 16 นิ้ว เบาะผ้า เครื่องเล่น CD/MP3 Stereo พร้อมช่อง USB ระบบ Keyless Entry กระจกหน้าต่างและกระจกมองข้างไฟฟ้า


Hyundai Elantra
ฮุนได เอลันตร้า ใหม่ ส่งออกมาทำตลาดด้วยกันถึง 3 รุ่น คือ รุ่น 1.8E (เกียร์แมน่วล 6 สปีด) รุ่น 1.8S (มาตรฐานเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด) และรุ่น 1.8G (รุ่นสูงสุดเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด) ซึ่งในรุ่น 1.8E จะอยู่ในช่วงแนะนำราคาพิเศษ 899,000 บาท มีจำนวนจำกัดสำหรับ 200 คันแรก พร้อมเปิดรับจองทั่วประเทศ และในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 33 ส่วนในรุ่น 1.8S ราคาอยู่ที่ 1,088,000 บาท และ รุ่น 1.8G 1,198,000 บาท ตามลำดับ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1,800 ซี.ซี. 150 แรงม้า พร้อมระบบช่วยขึ้นทางลาดชัน HAC ช่วยป้องกันรถไหลเมื่อหยุดรถบนทางลาด (รุ่น G) เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลัง (รุ่น G) กุญแจรีโมทแบบ Smart Entry (รุ่น G) ปุ่ม Start Button ทันสมัย (รุ่น G) ล้ออัลลอยสปอร์ต 17 นิ้ว (รุ่น S และรุ่น G) ระบบรักษาเสถียรภาพ ESP และ VSM เสริมการควบคุมพวงมาลัยให้ปลอดภัยมากขึ้น (รุ่น G) นอกจากนี้ ยังมอบบริการพิเศษให้แก่ลูกค้าด้วยการรับประกันในแบบ Premium Quality โดยการรับประกันคุณภาพ 4 ปี หรือ 120,000 กม. ซึ่งเหนือกว่ามาตรฐานในปัจจุบันที่ครอบคลุมเพียง 3 ปี หรือ 100,000 กม. ในรถยนต์ระดับเดียวกัน, ฟรีบำรุงรักษา 4 ปี หรือ 80,000 กม. เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 4 ปี


Lamborghini Gallardo
กัลญาร์โด แอลพี 570-4 ซุปเปอร์ โทรฟีโอ สตาร์เดเล กระทิงเปลี่ยวน้องใหม่ล่าสุดและถือว่าเป็นรุ่นกัลญาร์โด้ที่มีความแรงและเร็วที่สุด โดยรุ่นนี้ได้พื้นฐานมาจากรถแข่ง ลัมบอร์กินี บลองแปง ซุปเปอร์ โทรฟีโอ รถแข่งที่มีความเร็วที่สุดในโลกสำหรับ กัลญาร์โด แอลพี 570-4 ซุปเปอร์ โทรฟีโอ สตาร์เดเล ผลิตแค่เพียง 150 คันในโลกเท่านั้น น้ำหนักสุทธิของ กัลญาร์โด แอลพี 570-4 ซุปเปอร์ โทรฟีโอ สตาร์เดเล อยู่ที่ 1,340 กิโลกรัม มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 3.4 วินาที ทำความเร็วแตะระดับ 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายในเวลา 10.4 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดที่ 320 กิโลเมตร/ชั่วโมง สีแดง “รอสโซ มาร์ส” (Rosso Mars) แสดงถึงวัฒนธรรมการแข่งรถของอิตาลี เชื่อว่า เจ้ากัลญาร์โด ใหม่ จะเตะตาบรรดาเสี่ยกระเป๋าหนักในเมืองไทยอย่างแน่นอน ส่วนราคานั้นไปสอบถามที่พนักงานขาย น่าจะชัดเจนที่สุด


Lexus GS 250 – Lexus GS 350
All-New Lexus GS นับเป็นรถยนต์หรูแบบแกรนด์ ทัวริ่งคาร์ ซีดาน รุ่นที่ 4 (Grand Touring Sedan Generation 4) ของเลกซัส ที่มาพร้อมแนวคิดการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกอย่างพอเหมาะ ซึ่งจะทำให้ผู้ครอบครองรู้สึกถึงความพึงพอใจ และความมีระดับสูงสุดที่สำคัญยังมาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันก้าวล้ำ อาทิ ถุงลมเสริมความปลอดภัยรอบคัน 10 ตำแหน่ง ระบบ Whiplash Injury Lessening (WIL) สำหรับที่นั่งตอนหน้าช่วยลดการบาดเจ็บบริเวณต้นคอ ระบบจัดการรวมไดนามิค (VDIM) ที่ผสานการทำงานของระบบต่างๆ ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ การทรงตัว และการป้องกันล้อหมุนฟรีได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับราคาของ เลกซัส จีเอส ใหม่ ทั้ง 2 รุ่น ที่จะเปิดตัวในเดือนมีนาคมนั้น รุ่น จีเอส 250 ใหม่ มีค่าตัวอยู่ที่ราว 4.5 ล้านบาท ส่วนในรุ่น จีเอส 350 นั้น ต้องรอการเปิดเผยอีกครั้ง โดยคาดว่าราคาน่าจะอยู่ที่ราว 7 ล้านบาทขึ้นไป

Mercedes-Benz B-Class
เมอร์เซเดส-เบนซ์ The new B-Class เป็นรุ่นที่ 2 ของตระกูล B-Class ยนตรกรรมที่มีรูปลักษณ์ดีไซน์สไตล์สปอร์ต มีสมรรถนะที่ดีขึ้น ภายนอกถูกออกแบบโดยเน้นย้ำถึงความกว้างขวาง ขณะที่ขอบห้องเก็บสัมภาระต่ำ ทำให้การขนย้ายสัมภาระสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ส่วนภายในห้องโดยสารถูกออกแบบเพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปด้วยความสะดวกสบาย สูงสุด โดยสามารถปรับการใช้งานเพื่อให้มีพื้นที่จัดเก็บสัมภาระเพิ่มมากขึ้นได้ อย่างสะดวกและง่ายดาย เบาะนั่งด้านหลังพับลงได้ทั้งในแบบ 1/3 และ 2/3 เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำตำแหน่งที่นั่ง โดย B 200 BlueEFFICIENCY มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน แถวเรียง 4 สูบ เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ รหัสตัวถัง W246 ความจุกระบอกสูบ 1,595 ซี.ซี. แรงม้าสูงสุดที่ 156 แรงม้า ที่ 5,300 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1,250–4,000 รอบ/นาที อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลา 8.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 181 กม./ชม. ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 7 จังหวะ แบบ 7G-DCT (Dual Clutch Transmission) มาพร้อมฟังก์ชั่น ECO Start/Stop เพื่อช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้น



Mitsubishi Mirage
มิตซูบิชิ มิราจ เป็นรถยนต์ขนาดเล็ก ประหยัดพลังงานรุ่นแรกในสายผลิตภัณฑ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ถูกผลิตขึ้นภายใต้โครงการโกลบอล สมอลล์ มาพร้อมเทคโนโลยีการออกแบบเพื่อลดน้ำหนักโดยรวมของตัวรถ ทำให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำเพียง 0.29 ซึ่งถือว่าดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน มิตซูบิชิจึงเคลมว่า “มิราจ” จะให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุด 22 กิโลเมตร/ลิตร มิติตัวถังยาว 3,710 มม. กว้าง 1,665 มม. สูง 1,490 มม. เครื่องยนต์เบนซินรหัส 3A92 ขนาด 1.2 ลิตร 3 สูบ DOHC MIVEC 12 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 78 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และอัตโนมัติ CVT 6 จังหวะ พร้อม Sportronic ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อัจฉริยะ INVECS-III ช่วงล่างหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท หลังทอร์ชั่นบีม ประกบล้อขนาด 14 นิ้ว และยางชนิดพิเศษลดแรงเสียดทานขนาด 165/65R14 โดยในรุ่น GLX พวงมาลัยผ่อนแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า EPS ให้การขับขี่คล่องตัวพร้อมรัศมีวงเลี้ยวแคบที่สุดในรถระดับเดียวกัน 4.4 เมตร มิตซูบิชิ มิราจ จะออกสู่ตลาดทั้งหมด 5 รุ่นย่อย โดยหวังเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ด้วยราคา 380,000-546,000 บาท


Suzuki Swift
“ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่” (All New Suzuki Swift) ถูกจัดอยู่ในหมวดอีโคคาร์ของรัฐบาลไทย โดยผ่านคุณสมบัติด้านการประหยัดพลังงาน มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่า 20 กม./ลิตร ยึดพื้นฐานการพัฒนาบนแพลตฟอร์มเดิม มีการดีไซน์รูปลักษณ์ใหม่หลายจุด ไล่ตั้งแต่กระจังหน้า กันชนหน้า โคมไฟหน้าแนวตั้งขนาดใหญ่ เส้นสายปราดเปรียวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนไฟท้ายดีไซน์ใหม่รับกับ Shoulder Line พร้อมล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว ในรุ่น GA และ GL ขณะที่ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว จะมาในรุ่น GLXภายในตกแต่งสไตล์สปอร์ต คันเกียร์และสวิตช์ต่างๆ ถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับผู้ขับขี่ โดยรุ่น GLX จะเป็นพวงมาลัยหุ้มหนัง มาพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกจัดมาเพียบ อาทิ ระบบ Keyless Push Start ช่วยให้สตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ (เฉพาะรุ่น GL และรุ่น GLX) เครื่องยนต์เบนซิน รหัส K12B ขนาด 1,242 ซี.ซี. 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบ VVT วาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดี-ไอเสีย ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 118 นิวตันเมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี20 ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด โดยซูซูกิ จะส่งแค่ตัวเกียร์อัตโนมัติ CVT ออกมาจำหน่ายก่อนในราคา 469,000-559,000 บาท ส่วนเกียร์ธรรมดาต้องรออีกนิด
Nissan March 2012
นิสสัน มาร์ช รุ่นปี 2012 ที่ได้เพิ่มอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก และสีใหม่ ม่วง พลัม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และเพื่อสร้างความพึงพอใจให้มากยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์อีโคคาร์ ด้วยยอดขายอันดับหนึ่งมากกว่า 55,000 คัน นิสสัน มาร์ช รุ่นปี 2012 ได้รับการปรับปรุงและเพิ่มอุปกรณ์อเนกประสงค์ให้มากขึ้น คือ เพิ่มช่องเก็บของพร้อมฝาปิดบริเวณคอนโซลหน้า หมอนรองศีรษะเบาะหลัง และเบาะหลังปรับให้พับได้ 60:40 ส่วนในรุ่น Sports version ได้รับการติดตั้งสเกิร์ตข้าง และเบาะนั่งสีดำใหม่ เพื่อเพิ่มอารมณ์เข้มสไตล์สปอร์ต นอกจากนี้ นิสสัน มาร์ช รุ่นปรับโฉมใหม่ ยังมาพร้อมสีภายนอกใหม่ สีม่วง พลัม เพื่อเป็นการเพิ่มความสดใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ ผู้สนใจสามารถสัมผัสและสั่งจองรถยนต์นิสสัน มาร์ช รุ่นปี 2012 ใหม่ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่โชว์รูมนิสสันทั่วประเทศ และภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ บริเวณบูธของนิสสัน



Toyota Camry
โตโยต้า คัมรี่ ใหม่ เป็นรถที่พัฒนาขึ้นมาภายใต้แนวคิด “New Era Sedan” ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ที่หรูหรา ล้ำสมัย ด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหม่ 2.5 ลิตร มาตรฐานไอเสียยูโร 4 เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพความประหยัดน้ำมันที่เหนือกว่ารุ่นเดิมถึง 24% (เครื่องยนต์รุ่นเดิม 2.4 ลิตร) ส่วนในรุ่นไฮบริด ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ให้แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 650 โวลต์ กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร/1,500 รอบต่อนาที ใช้แบตเตอรี่แบบ Ni-MH แรงดันไฟฟ้า 245 โวลต์ ความจุไฟฟ้า 6.5 แอมป์ ด้านเรตราคานั้น รุ่น 2.0 G (เครื่องยนต์เบนซินธรรมดา) ราคา 1,299,000 บาท รุ่น 2.5 G (เครื่องยนต์เบนซินธรรมดา) ราคา 1,499,000 บาท รุ่น 2.5 Hybrid (CD) ราคา 1,649,000 บาท รุ่น 2.5 Hybrid (DVD) ราคา 1,699,000 บาท และรุ่น 2.5 Hybrid (DVD+Navigator) ราคา 1,869,000 บาท



Toyota Prius
“พริอุส ใหม่” ยังคงมีรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว และมีเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่ช่วยลดการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดเชื้อเพลิง เครื่องยนต์เน้นความล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยี Atkinson Cycle และระบบควบคุมการหมุนเวียนไอเสีย EGR (Exhaust Gas Recirculation) ที่มีการติดตั้งระบบระบายความร้อน ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมมลภาวะจากไอเสีย พร้อมระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-i ที่ประหยัดคุ้มค่า เครื่องยนต์ รุ่น 2ZR – FXE/4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VVT-I ขนาด 1,797 ซี.ซี. แรงม้าสูงสุด 73 กิโลวัตต์ (99 แรงม้า) ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ผ่านมาตรฐานไอเสีย ยูโร 4 และรองรับพลังงานทางเลือก E10 ด้านมอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) ที่พัฒนาระบบเกียร์ทดกำลังให้มีขนาดเล็กลงและน้ำหนักเบายิ่งขึ้น แต่สามารถรองรับการทำงานของเครื่องยนต์ที่มีกำลังสูงขึ้น เป็นแบบ มอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ให้แรงดันไฟฟ้าสูงสุด 650 โวลต์ กำลังสูงสุด 60 กิโลวัตต์ (82 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 207 นิวตัน-เมตร ระบบเกียร์ไฟฟ้าอัตโนมัติ (Electronic Gear Shift) ระบบคันเกียร์กลับคืนสู่ตำแหน่งกลางอัตโนมัติทุกครั้งหลังการเข้าเกียร์ เพิ่มความสะดวกในการเปลี่ยนเกียร์ พริอุส ใหม่ ส่งทำการตลาดทั้งสิ้น 3 รุ่น ได้แก่ 1.8 Top Option ราคา 1,369,000 บาท, 1.8 Top ราคา 1,299,000 บาท และ 1.8 Standard ราคา 1,199,000 บาท



Toyota GT86
โตโยต้า GT 86 หรือ FT- 86 เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง โตโยต้า กับ ซูบารุ เมื่อแบรนด์ดังของญี่ปุ่นเผยโฉมคันจริงของผลผลิตจากโปรเจกต์ FT-86 ออกมาแล้ว โดยใช้ชื่อในการขายว่า GT 86 สำหรับเจาะตลาดทั่วโลก GT 86 ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิดและสไตล์การออกแบบที่ดัดแปลงมาจากต้นแบบรุ่นล่าสุดคือ FT-86 II ที่เปิดตัวในแฟรงก์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2011 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ตัวรถเป็นแบบสปอร์ต 2+2 ที่นั่ง ซึ่งมีความยาว 4,240 มิลลิเมตร สูง 1,285 มิลลิเมตร พร้อมอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักด้านหน้าและหลัง 53-47% เครื่องยนต์บ็อกเซอร์รุ่นใหม่แบบ 4 สูบ ที่มีการติดตั้งระบบไดเร็กต์อินเจ็กชั่น หรือ D4-S เข้าไป ส่วนความจุกระบอกสูบจริงๆ อยู่ที่ 1,998 ซี.ซี. มีอัตราส่วนการอัดอยู่ที่ 12.5:1 รีดกำลังออกมาได้ 197 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 20.9 กก.-ม. ที่ 6,600 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา หรืออัตโนมัติ 6 จังหวะ โดยที่ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบปีกนก 2 ชั้น

Volvo XC90
วอลโว่ นำรถยนต์รุ่นใหม่ 2 รุ่นเข้าร่วมโชว์ตัวภายใน บางกอก มอเตอร์โชว์ ครั้งนี้ ได้แก่ All-New V60 สปอร์ตแวกอนรุ่นใหม่ล่าสุด และ XC90 เอสยูวีโฉมใหม่ ซึ่ง วอลโว่ ยกให้เป็นไฮไลต์ในปีนี้ XC90 เอสยูวีระดับพรีเมียมโฉมใหม่ล่าสุด ดูทันสมัย แข็งแกร่ง ปราดเปรียวกว่าเดิม เครื่องยนต์ดีเซล D5 ความจุ 2.4 ลิตร พร้อมพลังแรงม้าใหม่สูงสุด 200 แรงม้าที่ 3,900 รอบต่อนาที ทอร์ก 420 นิวตันเมตรในช่วง 1,900-2,800 รอบต่อนาที จึงตอบสนองทันใจทุกรอบเครื่อง พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติแบบเกียร์โทรนิค 6 สปีด ให้การขับขี่ราบรื่น นุ่มนวล ทันใจ และสามารถเติมน้ำมันไบโอดีเซล B5 ได้ นอกจากนี้ วอลโว่ XC90 โฉมใหม่ ยังให้ความปลอดภัยเหนือระดับ และการขับขี่ที่มั่นใจสูงสุด ด้วยนวัตกรรมระดับโลก ได้แก่ระบบความปลอดภัยควบคุมเสถียรภาพป้องกันการโคลงและพลิกคว่ำ (Roll Stability Control System – RSC) ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับที่นั่งทั้ง 3 แถว ที่นั่งเด็กแบบดึงขึ้นมาจากเบาะได้ในตอนกลางของที่นั่งแถวสอง เข็มขัดนิรภัยแบบมีระบบปรับแรงดึงอัตโนมัติสำหรับทุกที่นั่ง

Volkswagen Multivan
Volkswagen The new Multivan มีรูปลักษณ์ในสไตล์ของ Volkswagen ที่เน้นความเรียบหรู ภายในโอ่โถงด้วยการออกแบบเบาะหนังแท้ 7 ที่นั่ง ขนาดใหญ่ กว้างขวาง ดุจโซฟาระดับหรู เพิ่มความสะดวกสบายด้วย ประตูสไลด์ด้านข้าง 2 ด้าน ที่มีขนาดกว้าง เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบเซ็นเซอร์ เพื่อป้องกันการชนสิ่งกีดขวาง ด้านสมรรถนะได้รับการพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.0 ลิตร BiTDi ขับแรงม้าได้ถึง 132 กิโลวัตต์ และแรงบิด 400 นิวตันเมตร ส่งผลให้ยนตรกรรมดังกล่าวสามารถตอบสนองการขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้รับการออกแบบและพัฒนาระบบกันสะเทือนให้มีประสิทธิภาพและมั่นใจทุกการเดินทาง ด้วยขุมพลังที่ 132 กิโลวัตต์ กับน้ำหนักรถยนต์และการจุผู้โดยสารสูงสุด 3,000 กิโลกรัม ยนตรกรรมรุ่นดังกล่าวสามารถขับเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ และสามารถไต่ทางสูงชันที่ 37 องศา สนนราคา 3,980,000 บาท

Porsche 911 Carrera
ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า (911 Carrera) ใหม่ ที่ทำการเปิดตัวในอเมริกานี้ ได้รับการพัฒนาทั้งตัวรถ รูปลักษณ์ และสมรรถนะใหม่หมด อาทิเช่น การเพิ่มขนาดของฐานล้อให้ยาวขึ้นอีก 100 มิลลิเมตร หรือการออกแบบใหม่โดยยึดหลักน้ำหนักเบา การใช้เหล็กอะลูมิเนียมมาทำเป็นตัวรถเพื่อให้รถเจเนอเรชั่นใหม่นี้เบาขึ้น สปอร์ตและสะดวกสบายมากขึ้น ระบบเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะ ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และสำหรับระบบเกียร์อัตโนมัติ Porsche Doppelkupplungsgetriebe (PDK) จะมาพร้อมกับอัตราทดเกียร์ถึง 7 จังหวะเช่นกัน โดยสามารถเลือกติดตั้งระบบเกียร์นี้เป็นอุปกรณ์เสริมได้ ไม่เพียงเท่านี้ 911 คาร์เรร่า ในรุ่นคูเป้ มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่น้อยกว่า 10 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (10 กิโลเมตรต่อลิตร) เลยทีเดียว หากเทียบกับรุ่นเดิมแล้วจะพบว่า 911 ใหม่นี้มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษที่ลดลงถึง 16 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ส่วนเครื่องยนต์มีขุมกำลังเครื่องยนต์ถึง 350 แรงม้า (257 กิโลวัตต์) เครื่องยนต์มีขนาด 3.4 ลิตร 6 สูบและรุ่น 911 คาร์เรร่า เอส (911 Carrera S) มาพร้อมกับขุมพละกำลังเครื่องยนต์ที่ 400 แรงม้า (294 กิโลวัตต์) โดยมีขนาดเครื่องยนต์ที่ 3.8 ลิตร

Peugeot 408
รถยนต์เปอโยต์ 408 เป็นรถยนต์นั่งขนาด Sub-Compact Car ที่ได้รับการพัฒนาโดยใช้พื้นฐานจากเปอโยต์ 308 ซึ่งเป็นสไตล์รถ Hatchback ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในยุโรป นำมาปรับเปลี่ยนรูปแบบตัวถังให้เป็นรถเก๋ง 4 ประตู เพื่อจำหน่ายในภูมิภาคละตินอเมริกาและเอเชีย เปอโยต์ 408 ที่มีให้เลือกถึง 2 รุ่น แบ่งตามขนาดเครื่องยนต์ คือ เครื่องยนต์เบนซินขนาดความจุ 2,000 ซีซี ให้กำลัง 108 kW (145 HP) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 200 Nm ที่ 4,000 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด อีกรุ่นเป็นเครื่องยนต์ขนาด 1,600 ซี.ซี. เทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุด 121 kW (163 HP) ที่ 5,800 รอบต่อนาทีและแรงบิด 240 Nm ที่มีให้ใช้ที่รอบเครื่องต่ำเพียง 1,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ซึ่งเกียร์ทั้ง 2 รุ่นมีระบบ Porsche Tiptronic ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์เองได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำช่วงล่าง ด้านหน้าแบบชิวโด แมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลง กับล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว นุ่มนวลด้วยยางขนาด 215/50 ในรุ่น 2.0 ลิตร และเฉียบคมต่อการบังคับกับยาง 225/45 ในรุ่น 1.6 ลิตรเทอร์โบ


Rolls-Royce Phantom Drophead Coupe
รถยนต์ ระดับซูเปอร์พรีเมียมสัญชาติอังกฤษอย่างโรลส์-รอยซ์ ได้ฤกษ์กลับเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอีกครั้ง และเข้าร่วม บางกอก มอเตอร์โชว์ เป็นครั้งแรก สำหรับรถใหม่ป้ายแดงที่ โรลส์-รอยซ์ จะนำมาโชว์และเปิดจอง ได้แก่ โรลส์-รอยซ์ แฟนธอม ดรอปเฮด คูเป้ (Rolls-Royce Phantom Drophead Coupe) รถยนต์คูเป้หรูหราเปิดประทุนแบบ 4 ที่นั่ง ที่มาพร้อมความหรูหราในสไตล์ของแฟนธอม มาพร้อมขนาดตัวถังยาว 5,609 มม. กว้าง 1,987 มม. สูง 1,581 มม. และมีขนาดฐานล้อยาวถึง 3,320 มม. ดรอปเฮดมาพร้อมเครื่องยนต์วี 12 ขนาด 6.8 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 460 แรงม้า และให้แรงบิดสูงสุด 720 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 240 กม./ชม. โดยใช้เวลาวิ่งจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 5.8 วินาที.
Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
Related posts:
- เริ่มแล้ว BANGKOK INTERNATIONAL MOTOR SHOW ครั้งที่33
- TOYOTA GT86 IN TOKYO MOTOR SHOW 2011
- TOYOTA พาชม TOKYO MOTOR SHOW 2011
- มาแล้ว All-New Hyundai Elantra
- มาแล้ว All-New Hyundai Elantra